ถนนสตราดุน

ถนนสตราดุน เป็นชื่อถนนอีกสายนึงที่อยู่ในประเทศโครเอเชียค่ะ โดยทั้งสองข้างทางของเค้าจะเต็มไปด้วยเมืองเก่าซึ่งเป็นส่วนนึงของประวัติศาสตร์ที่นีเลยก็ว่าได้ค่ะเพื่อนๆ ถนนสตราดุน (Stradun street) ในปัจจุบันเป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ห่างจากนิคมของป่า ดูวบราวา ซึ่งก่อนหน้านั้นช่วงศตวรรษที่ 13 เคยเป็นเมืองที่มองทอดยาวไปประมาณ 300 เมตร เราจะเห็นแต่กำแพงล้อมรอบไปหมดทุกทิศทางเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ยังมีน้ำพุที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15 ซึ่งน้ำพุงอันนี้มีชื่อเรียกว่า น้ำพุโอโนฟริโอ ซึ่เป็นน้ำพุที่มีขนาดใหญ่มากๆเลยนะคะ แถมยังมองไปรอบๆเราก็จะเห็นระฆังทางด้านตะวันออกตั้งเด่นเป็นสง่าเลยล่ะค่ะ ในช่สวศตวรรษที่13 นั้นสถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ที่เอาไว้เป็นทางสัญจรไปมาอยู่นะคะ และเป็นสัญลักษณ์ที่ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบันอีกด้วยค่ะ ซึ่งตอนถูกสร้างขึ้นนั้น เคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ด้วยนะคะ…

ถ้ำ Zbrašovské Aragonite

   วันนี้แอดมินจะเพื่อนๆมาเที่ยว ถ้ำ Zbrašovské Aragonite ค่ะ ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่ในสาธารณะเช็คนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นถ้ำที่ภายนอกปกคลุมไปด้วยป่าแถมยังเปืดให้เข้าไปเที่ยวชมด้วยนะคะ ถ้ำ Zbrašovské Aragonite     นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นฟีลแบบธรรมชาติแบบเต็มรูปแบบด้วยนะคะ สายรักธรรมชาติจะต้องชอบที่นี่แน่นอนค่ะ ซึ่งถ้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากพวกดิน ก๊าส และพวกแร่ธาตุนั่นเองค่ะ ซึ่งอุดมไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังมีน้ำพุภายในถ้ำอีกด้วยค่ะ = = = = = =…

ปราสาทชพิลเบิร์ก

        ปราสาทชพิลเบิร์ก  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ที่ยอดเขาอาร์โนนั่นเองค่ะ แถมยังเป็นสถานที่ที่มีความเก่าแก่ เต็มไปด้วยอารยะธรรมต่างๆด้วยนะคะ เดี๋ยววันนี้แอดมินจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวพร้อมๆกันค่ะ ปราสาทชพิลเบิร์ก (Explore the Špilberk Castle and the Brno City Museum)       ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่นี่นะคะ มองตรงไปข้างหน้าก็จะเห็นเลยค่ะว่าเป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นมาในสไตล์บารคขนาดใหญ่มากซึ่งถือว่าเป็นเรือนจำที่มีความโหดมากที่สุดแห่งหนึ่งเลยค่ะโดยสร้างในยุคจักรวรรดิออสเตรเลียซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยเป็นค่ายทหารนั่นเอง ซึ่งอาคารพี่นี่แอดมินคาดว่าอาจจะสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ค่ะช่วงโมราเวียในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 ซึ่งในช่วงนั้นได้มีการแพ้การสู้รบภูเขาสีขาวในช่วงเดือนพฤศจิกายนเกิดการจลาจลเกิดขึ้น ซึ่งเป็นจลาจลที่เป็นเวลาหลายปีเลยนะคะช่วงปี…

ดูบรอฟนิก

     ดูบรอฟนิก เป็นเมืองที่อยู่ในประเทศโครเอเชีย ซึ่งเป็นเมืองที่ชื่อเสียงและโดเด่นมากๆเมืองนึงเลยนะคะ เพราะอยู่ติดกับทะเลเมอดิเตอร์เรเนียนอีกด้วยนะคะ เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากๆเลยค่ะ ดูบรอฟนิก (The Large Fountain of Onofrio and St. Saviour Church) นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่สถาปัตยกรรมโดเด่นด้วยนะคะ และยังเป้นเมืองที่เป็นศุนย์กลางมีประชากรมากกว่า 4 หมื่นคนเลยล่ะค่ะ เมืองนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งมีความเก่าแก่มากๆอีกเมืองนึงเลยค่ะ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นชื่อเหมือนในปัจจุบัย ในสมัยก่อนเมืองนี้มีชื่อว่า…

กําแพงกรุงเยรูซาเลม

    กําแพงกรุงเยรูซาเลม เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลกเราเลยค่ะเพราะเป็นเหมือนกับซากเมืองและต่อเติมขึ้นมาและเป็นเหมือนในปัจจุบัน ทิ้งอารยะธรรมเอาไว้ให้คนรุ่นหลังมากมายเลยด้วยค่ะ กําแพงกรุงเยรูซาเลม (Walls of Jerusalem) เมืองที่แอดมินกำลังจะพาเพื่อนเพื่อนมาเที่ยวนั้นเป็นเมืองเก่าแก่ของกลุ่มเยรูซาเลมเลยนะคะเพราะถูกสร้างมาตั้งแต่จักรวรรดิออดโต้ ซึ่งมีความเก่าแก่มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1537 จนมาถึงปี 1541 ซึ่งเราจะมองเห็นกำแพงที่นี่ผ่านบนแผนที่ด้วยนะคะนอกจากนี้ยังมีความเก่าแก่มามากกว่า 1500 ปีที่ผ่านมาอีกด้วยค่ะ กำแพงนี้เพื่อนๆอาจจะเดาไม่ถูกใช่ไหมคะว่าไม่มีความยาวเท่าไหร่และความสูงเท่าไหร่กำแพงที่นี่มีความสูงมากกว่า 12 เมตรแถมยังมีความหนาเฉลี่ย 2.5 เมตรและยาวไปจนถึง 4018 เมตรอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีหอคอยที่เอาไว้สังเกตการณ์ในสมัยก่อนถึง 34…

ปราสาทอัมบราส

       ปราสาทอัมบราส  เป็นสถานที่ที่อยู่ในเมืองวอินบรู้ค ประเทศออสเตรเลียค่ะ ถือว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันมากที่สุดที่นึงเลยนะคะ แถมยังเป็นปราสาทที่มีความเก่าแก่มากอีกด้วยค่ะ ปราสาทอัมบราส (Ambras Castle) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และทาฃวัฒนธรรมของเมืองนี้มากๆเลยค่ะ เนื่องจากปราสาทที่ไม่มีความหมายกับยุดของท่านเฟอร์ดินานด์ ตั้งแต่ช่วงปี 1561 ถึง 1595 และนับว่าเป็นแหล่งสะสมและศิลปะในด้านประวัติศาสตร์เพราะลูกชายของจักรพรรดิเฟอร์ดินานรับคำสั่งจากป้อมปราการในช่วงยุคกลางก่อนจะมาฟื้นฟูด้านศิลปะนั่นเองค่ะ ยุคฟื้นฟูศิลปะแผงใหญ่ของที่นี่เป็นของขวัญให้กับภรรยาของวิคเตอร์นักมนุษย์วิทยาจากฟิลิปปินส์ซึ่งเค้ามีชื่อเสียงจากโรเวอร์คาสโก้ที่สร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ของการสร้างพิพิธภัณฑ์คัตเตอร์แอมว่าเอ็นซักเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่มากที่สุดในโลกเลยค่ะ นอกจากศิลปะแล้วนะเอาไว้จัดแสดงผลงานและเป็นผลงานชิ้นเอกอย่างเช่นศิลปากรยุโรปตั้งแต่สมัยจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่หนึ่งจนถึงจักรพรรดิเลี้ยวโปรที่หนึ่งศิลปะวิทยาเพียงอย่างเดียวที่ได้รับจากเดิมซึ่งแสดงถึงอนุสาวรีย์ทางวัฒนธรรมอย่างไม่มีใครเทียบได้เลยนะคะในปัจจุบัน เหลือประสาทขึ้นไปตอนล่างเราก็จะมองให้ออกแบบแบบสเปนมีชื่อเสียงโด่งดังมากๆเลยค่ะซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาของเยอรมันแถมตรงผนังยังมีภาพวาดที่สวยงามวิจิตรเป็นอย่างยิ่งรวมแล้วประมาณ 27 รูป ซึ่งเป็นภาพเขียนราชวงศ์ออสเตรเลียและราชวงศ์อื่นๆของโลกเป็นภาพจำของเลยเหมือนกับเช้าชายมาเรียงกันอยู่เลยค่ะ เรามาพูดถึงในส่วนของวิลาวรรณรัฐบาลกลางของออสเตรเลียถึงบ้านค่ะเราเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานและอยู่ภายใต้การปกครองของที่…

พระราชวังฮอฟบวร์ก

  พระราชวังฮอฟบวร์ก เป็นเหมือนกับพระราชวังในกล่องคุกกี้อิมพีเรียลเลยค่ะเพราะว่ามันสวยงามแถมยังถูกสร้างมาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 13 เรามาดูความน่าสนใจของมันกันดีกว่าค่ะเพื่อนๆว่ามีอะไรให้เราน่าไปบ้าง พระราชวังฮอฟบวร์ก (The Hofburg) พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงเวียนนาเลยนะคะแถมยังเคยเป็นที่อยู่อาศัยและอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งออสเตรเลียอีกด้วยค่ะนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ทำงานของท่านอีกด้วยพื้นที่ก็ยังถูกขยายมาตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาน่าสนใจใช่มั้ยล่ะคะ นอกจากนี้มันยังถูกออกแบบให้หันหน้าไปทางข้างหน้าโดยรับสั่งจากจักรพรรดิกวางโจเซฟที่หนึ่งแต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จโดยมีสถาปนิกจำนวนมากที่ทำงานในขณะนั้นได้ช่วยกันออกแบบร่วมกับวิศวกรชาวอิตาลีด้วยนะคะงานของมันเลยออกมาแนวอิตาลีนั่นเองค่ะ ชื่อของพระราชวังเพื่อนเพื่อนอาจจะสงสัยนะคะว่ามันหมายความว่าอย่างไรจริงๆแล้วที่ของมันแปลออกมาได้ความหมายว่าประสาทของศาลหรือที่ตั้งศาลในช่วงยุคกลางนั่นเองค่ะเพราะในช่วงศตวรรษที่ 13 นั้นมันเคยเป็นที่นั่งของยุคแห่งออสเตรเลียมาตลอดหลายศตวรรษโดยเขามีอำนาจเพิ่มขึ้นและต่อมาได้มาเป็นที่นั่งของพระมหากษัตริย์ซึ่งเวียนมหลายพระองค์มากเลยล่ะค่ะ แล้วไฮไลท์เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนะคะเพราะมันเป็นจุดที่เก่าแก่มากที่สุดในตัวพระราชวังเลยล่ะค่ะมันถูกสร้างขึ้นมาพร้อมพร้อมกับตอนสร้างพระราชวังในช่วงศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งโบฮีเมียก่อนหน้านี้ที่เป็นประสาทเคยปกครองโดยผู้นำชาวออสเตรเลียสร้างเป็นแนวจตุรัสมีชื่อว่าแอมฮอฟมันน์เองค่ะ สิ้นท่าช่วงหนึ่งก็คือช่วงที่สร้างป้อมปราการติดอยู่กับพระราชวังนั่นเองค่ะโดยป้อมนั้นถูกทำลายในช่วงสงครามโบว์เรียนตลอดจนถนนวงแหวนซึ่งปัจจุบันได้ถูกบูรณะใหม่สมัยนั้นในเมื่อปีค.ศ. 1809 ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่และได้สร้างรูปปั้นที่มีคนขี่ม้าโดยมีความหมายถึงจอมพลชาวออสเตรเลียสองท่านที่มีความสำคัญกับเมืองนี้นั่นเองค่ะก่อนที่เค้าจะได้ประกาศให้เป็นระเบียงปราสาทใหม่โดยฮิตเลอร์ซึ่งถือว่าเค้าเป็นวีรบุรุษของออสเตรเลียในการจักรวรรดินาซีที่ 3 อีกด้วย หลังจากได้มีการขยับขยายตัวเมืองกรุงเวียนนาและได้มีการหรือถอนกำแพงขึ้นในช่วงปี 1860 ได้มีการขยายเมืองครั้งใหญ่และเป็นครั้งสุดท้ายโดยวางแผนซึ่งมีโครงสร้างทั้งหมดสองปีโดยมีโครงสร้างเหมือนปีกยื่นออกมาจากพระราชวังขึ้นดูสง่างามแถมยังสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา ในช่วงปีพ.ศ.…

อินส์บรุค

  อินส์บรุค เมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับห้าในในประเทศออสเตรเลียเลยค่ะซึ่งเป็นเมืองหลวงของทริโนและมีการเข้าถึงและรวมถึงประชากรมากถึง 130,000 คนเลยค่ะ วัดจากปี 2018 ที่ผ่านมาค่ะ อินส์บรุค (Old Town Innsbruck) เรามาดูประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดนับจากร่องรอยสถิติครั้งแรกในช่วงต้นอยู่นั่นเองค่ะซึ่งชื่อสถานที่ก่อนยุคโรมันของพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในช่วงมันซึ่งเคยตั้งสถานีกองทัพอยู่ในเขตเวียนเทียนเพื่อปกป้องถนนเชิงพาณิชย์และเศรษฐกิจอีกด้วยนะคะ นอกจากนี้การกล่าวถึงเมืองนี้นั้นชื่อเมืองก็ยังแปลเป็นภาษาละตินซึ่งภาษาละตินนั้นแปลว่าสะพานหรือเป็น. ข้าแม่น้ำนั่นเองค่ะการออกแบบของเมืองก็มีมาตั้งแต่ปี 1267 โดยผ่านเส้นทางเบอร์นี้พาร์ทซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมและเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศระหว่างทิศเหนือและทิศใต้ของทางยุโรปโดยปกครองโดยกษัตริย์ซึ่งทำหน้าที่เป็นสถานีขนส่งเส้นทางและทำให้เมืองนี้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมานั่นเองค่ะ ในช่วงปี 1429 ในศตวรรษที่ 15 มึงกลายเป็นเมืองหลวงเมืองหลวงของที่โหลดทั้งหมดโดยมีวัฒนธรรมและการเมืองของยุโรปในการปกครองของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่หนึ่งในช่วงปี 1490 เขาได้มีผู้สืบทอดและกลุ่มที่มีอนุสาวรีย์ได้สร้างรูปปั้นทองคำขึ้นมาจากส่วนของหลุดของตั้มน่าจะเป็นหนึ่งในอนุสรณ์ทางศิลปะทางประวัติศาสตร์อีกด้วยนะคะ เรามาเช็คสภาพพูมิอากาศก่อนที่รักเตรียมตัวไปเที่ยวกันก่อนดีกว่าค่ะเนื่องจากสภาพพูมิอากาศหรือว่าสภาพภูมิประเทศของเค้านั้นอยู่ใกล้กับมหาสมุทรเลยมีความแตกต่างทางด้านอุณหภูมิมากส่วนใหญ่ของยุโรปกลางเนื่องจากอยู่เป็นศูนย์กลางของทวีปนั่นเองค่ะตำแหน่งล้อมรอบโดยทั่วไปก็จะมีพวกภูเขาจึงทำให้มันมีอากาศหนาวมาก…

สวนพฤกษศาสตร์นิวออร์ลีนส์

 สวนพฤกษศาสตร์นิวออร์ลีนส์ ส์สร้างขึ้นมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งทางนิวยอร์กก็ภูมิใจเสนอสวนที่ปลูกอย่างพิถีพิถันในเมืองนี้เลยนะคะ เพราะเค้าเปิดตลอดทั้งปี สวนนี้มีขนาดถึง 10 เอเคอร์และยังมีงานศิลปะรอเพื่อนๆให้ไปเที่ยวอยู่นะคะ สวนพฤกษศาสตร์นิวออร์ลีนส์ (The Municipal Park and Botanical Gardens)  ไม่ว่าเพื่อนๆจะเป็นคนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยว อย่าลืมเดินเล่นสบายๆ ผ่านสวนต่างๆนะคะเพราะพันธกิจของสวนพฤกษศาสตร์นิวออร์ลีนส์คือการปลูกฝัง ส่งเสริม  และสร้างแรงบันดาลใจให้กับความรู้ ความรัก และความซาบซึ้งในพืชผ่านโครงการด้านการศึกษาและการจัดแสดง ตลอดจนเพื่อประเมิน แนะนำ…

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน

  วันนี้แอดมินจะพาเพื่อนๆมาเที่ยวอีกหนึ่งสถานที่ที่นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของลอนดอนอีกทีนึงเลยค่ะนั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน นั่นเองเรามาดูกันค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจและน่าไปเที่ยวบ้าง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน (The Natural History Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางธรรมชาตินั่นเองค่ะซึ่งมันเป็นหนึ่งในสามสถานที่สำคัญและจัดนิทรรศการในสาวแคนซิงตั้นและอีกสองพี่ก็โควิดเอาเบิกและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสธรรมชาติซึ่งอาคารหลักตั้งอยู่บนถนนรอมเวลล์นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังจัดนิทรรศการและมีคอลเล็กชั่นของพันธุ์พฤกษาต่างๆและกี่ละวิทยากว่า 80 ล้านรายการเพื่อจัดเป็นนิทรรศการให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมกันนั่นเองค่ะสถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสยิ่งใหญ่และมีมูลค่าทางวิทยาศาสตร์มากมายนี่แหละค่ะโดยรวบรวมโดยนักวิทยาศาสตร์คนนั้นมีชื่อว่าชาร์ลดาวินนั่นเองค่ะ โดยทั่วไปแล้วคนในพื้นที่จะเรียกพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศอังกฤษ ซึ่งภายในของพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาของดาวินได้รับการออกแบบบางส่วนให้เป็นสถานที่สมัยสำหรับจัดเก็บคอลเลคชั่นของพันธุ์ไม้ที่มีค่าอีกด้วยนะคะ หลังจากเปิดพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสธรรมชาติแบบถูกต้องตามกฎหมายอย่างเป็นทางการโดยขอให้พิพิธภัณฑ์ได้รับอิสรภาพและมีการอภิปรายกันอย่างดุเดือดเลยล่ะค่ะ ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 100 ปี ในที่สุดเมื่อปีพ.ศ. 2506 ก็ได้มีบริติชมิวเซี่ยมเกิดขึ้นในที่สุด และได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์แบบอิสระตามนโยบายของคณะกรรมการซึ่งเป็นแบบตัวของตัวเองและหยุดใช้ชื่อพิพิธภัณฑ์บริติชนั่นเองค่ะค่ะ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ที่ชื่อว่าศูนย์ดาวินมาจากชื่อชาวดาวินซึ่งได้รับการออกแบบซึ่งเป็นการออกแบบ แบบใหม่ให้เป็นบ้านสำหรับสัตว์เก็บคอลเล็กชั่น…